การใช้เครื่องหอมของคนไทยมีมาตั้งแต่ครั้งสมัยโบราณ ซึ่งไม่เพียงแค่ช่วยให้ร่างกายเกิดความหอม ยังช่วยบำรุงจิตใจให้เกิดความสดชื่นแจ่มใส ทั้งยังเป็นยารักษาโรคบางชนิดอีกด้วย เครื่องหอมสมุนไพรไทยจึงเป็นการบำรุงรักษาทั้งกายใจอย่างครบวงจร ตำรับเครื่องหอมหลายขนานสามารถทำได้เองที่บ้าน จากพืชสมุนไพรที่มีอยู่ทั่วไปในประเทศไทย โดยหนึ่งในตำรับเครื่องหอมที่น่าสนใจได้แก่ “เครื่องหอมของนางผมหอม” ตำรับอาจารย์สุนทร พรหมหาราช หมอยาพื้นบ้าน แห่งบ้านหนองคัน ตำบลหนองคัน อำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ผู้ใช้สมุนไพรไทยมาอย่างยาวนาน โดยศึกษาการใช้สมุนไพรมายาวนานจากพระเถระผู้เป็นที่เคารพนับถือ ได้แก่ หลวงปู่ชอบ หลวงปู่มั่น หลวงปู่ผั้น หลวงปู่ขาว แล้วนำมาช่วยเหลือผู้คนจนได้รับการยอมรับนับถือในชุมชน
เครื่องหอมของนางผมหอม หากพูดเป็นภาษาง่าย ๆ ก็คือ น้ำหอมที่ใช้ประพรมร่างกาย ให้กลิ่นกายมีความหอมสดชื่นและมีความสุข สามารถทำได้โดยรวมรวมส่วนผสมเหล่านี้ เปลือกไม้แข้ ดอกหอมดึก (ราตรี) หัวว่านหอม ดอกสะเลเต (ดอกมหาหงส์) หัวขมิ้นน้อย ใบเนียมหอม (เนียมข้าวเม่า) เนื้อลูกจัน ใบเนียมอ้ม แก่นจันทน์หอม ใบเนียมกบ หัวว่านเสน่ห์จันทร์ ในเนียมสร้อย ดอกไคร้หอม ใบเนียมพันชั่ง ดอกเกดกาบ รากตำยาน ดอกซ้อน (มะลิ) และรากแหน่งหอม (ว่านสาวหลง)
ขั้นตอนการทำไม่ยาก แต่ต้องมีสมาธิ ใจเย็น และมีความอดทน โดยการ นำเครื่องสมุนไพรที่เตรียมไว้มาหั่น ตากให้แห้ง แล้วนำมาบดละเอียด ตวงเครื่องสมุนไพรที่บดแล้วอย่างละประมาณ ๑ ขีด ผสมให้เข้ากันดี ถัดมาให้เตรียมน้ำส่างไม้แข้ประมาณ ๒ กิโลกรัม วิธีการคือฟันไม้แข้ให้เป็นบักหรือบากต้นไม้ให้เป็นร่องเพื่อให้น้ำในเนื้อไม้หรือน้ำส่างไหลออกมา หรือง่ายกว่านั้นใช้เปลือกไม้แข้มาต้มเอาน้ำ จากนั้นนำน้ำส่างไม้แข้มาต้มในหม้อสะอาด ใส่น้ำผึ้งเป็นกระสายประมาณ ๑ ขีด ต้มให้เข้ากันพอร้อน แล้วนำเครื่องหอมที่ผสมกันแล้วใส่ลงในหม้อ ต้มให้สุกจนเข้ากันดี มีกลิ่นหอม ใช้เวลาประมาณ ๔๐ นาที ที่สำคํญต้องคอยเติมน้ำอย่างให้พร่อง เสร็จแล้วนำมากรองเอากากออก นำน้ำหอมที่ได้มาใส่ในภาชนะสะอาดเก็บไว้ใช้ เป็นอันสำเร็จ