โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

     ศูนย์กลางการแพทย์ผสมผสาน

     เชื่อมแพทย์แผนไทยและ

     สมุนไพรไทยสู่ความเป็นสากล

   กำเนิดโรงพยาบาลปราจีนบุรี  

พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ ๖ ได้ทรงพระกรุณาพระราชทานที่ดิน ๒๒ ไร่ ๑ งาน ๓๖ ตารางวา รวมสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญคือ ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้แก่มณฑลทหารบกที่ ๒ ในปี พ.ศ. ๒๔๘๒ เพื่อให้เป็นโรงพยาบาลทหาร ต่อมากระทรวงมหาดไทยโดยกรมสาธารณสุขประสงค์จะสร้างโรงพยาบาลประจำจังหวัดปราจีนบุรี โดยเล็งเห็นว่าปราจีนบุรีเป็นหัวเมืองชายแดนตะวันออก มีอาณาเขตติดกับประเทศกัมพูชา สมควรจะมีโรงพยาบาลประจำจังหวัดเพื่อให้บริการสาธารณสุขแก่ประชาชน จึงได้เจรจาขอโอนตึกและที่ดินจากกระทรวงกลาโหมแล้วนำมาปรับปรุงให้เป็นโรงพยาบาลปราจีนบุรีบริการแก่ประชาชนทั่วไป เปิดทำการเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๔๘๔
นายแพทย์ชัย สังขะเวส ผู้อำนวยการโรงพยาบาลปราจีนบุรีคนแรก ได้บันทึกประวัติโรงพยาบาลไว้ในหนังสือที่ระลึกวันเปิดเรือนคนไข้ราชประชานุสรณ์ ความว่า “ข้าพเจ้าได้ย้ายมารับราชการในตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลปราจีนบุรี ซึ่งในขณะนั้นเรียกว่านายแพทย์ผู้ปกครองโรงพยาบาล เมื่อประมาณต้นเดือนเมษายน พ.ศ. ๒๔๘๔ หลังจากโรงพยาบาลได้สร้างเรียบร้อยแล้วเล็กน้อย แต่ยังไม่ได้เปิดรับคนไข้ ในเวลานั้นโรงพยาบาลมีตึกอำนวยการ บ้านเดิมของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งได้ดัดแปลงและซ่อมแซมทำชั้นล่างให้เป็นห้องตรวจโรค ห้องจำหน่ายยา และห้องผ่าตัด ชั้นบนทำเป็นที่รับคนไข้หญิง นอกจากนั้นยังมีเรือนคนไข้ชาย  โรงประกอบอาหารคนไข้ โรงซักฟอก ที่เก็บศพ เรือนพักคนงาน บ้านนายแพทย์อย่างละ ๑ หลัง กับบ้านพักพยาบาลอีก ๓ หลัง มีเตียงรับคนไข้ได้ ๕๐ เตียง เนื่องจากขณะนั้นการคมนาคมติดต่อกับทางจังหวัดมีแต่ทางแม่น้ำทางเดียว ฉะนั้นทางโรงพยาบาลจึงต้องสร้างท่าเรือขึ้นลงที่ชายแม่น้ำหน้าประตูเข้าโรงพยาบาลด้วย”

เปิดนาม “เจ้าพระยาอภัยภูเบศร”

ในระยะ ๒๐ ปีแรก หลังจากเปิดโรงพยาบาลปราจีนบุรี ได้ดำเนินการสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานต่าง ๆ ทั้งอาคารสถานที่ ครุภัณฑ์ เวชภัณฑ์ ระบบไฟฟ้า ประปา รวมไปถึงการสร้างถนนเข้าสู่โรงพยาบาล สำหรับตึกอำนวยการซึ่งเป็นบ้านเดิมของเจ้าพระยาอภัยภูเบศร นั้น ได้จารึกที่หน้าตึกว่า “ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร” มาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งโรงพยาบาล กระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ สภาจังหวัดปราจีนบุรีได้ระลึกถึงพระคุณและเกียรติคุณของเจ้าพระยาฯ จึงลงมติให้จังหวัดปราจีนบุรีขออนุมัติเปลี่ยนชื่อโรงพยาบาลปราจีนบุรีเป็นโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติเปลี่ยนชื่อโรงพยาบาลปราจีนบุรีเป็นโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในวันที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๙
ในวันครบรอบ ๒๕ ปี โรงพยาบาลปราจีนบุรี ๒๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๙ กระทรวงสาธารณสุขได้กราบทูลเชิญเสด็จ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี เสด็จมาเปิดป้ายโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร และเป็นสิริมงคลแก่โรงพยาบาล ทั้งยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์โรงพยาบาล

 โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 

ในปัจจุบัน

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้รับการยกฐานะเป็น โรงพยาบาลศูนย์ เมื่อวันที่ ๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๙ โดยได้มีการปรับปรุงด้านโครงกสร้าง อุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ที่ทันสมัย ให้บริการด้านการแพทย์แก่ประชาชนในจัวหวัดปราจีนบุรีและพื้นที่ใกล้เคียง โดยมีวิสัยทัศน์คือ “บริการสุขภาพแบบผสมผสานที่เป็นเลิศและเป็นผู้นำด้านการแพทย์แผนไทยในอาเซียน” ซึ่งโรงพยาบาลยังได้กำหนดพันธกิจในการดำเนินงาน ได้แก่ การจัดระบบบริการสุขภาพระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ ตติยภูมิ และศูนย์ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน การบูรณาการแพทย์แผนไทยเข้าสู่บริการการแพทย์สมัยใหม่ ผสมผสานการดูแลสุขภาพด้านการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก รวมทั้งเป็นแหล่งเรียนรู้อย่างครบวงจร การเป็นสถาบันผลิตบุคลากรทางการแพทย์ สร้างงานวิจัย และนวัตกรรม โดยได้มีการก่อตั้ง วิทยาลัยการแพทย์แผนไทย และศูนย์แพทยศาสตร์ศึกษาชั้นคลินิก เป็นต้น

ศูนย์กลางองค์ความรู้แพทย์แผนไทย

และสมุนไพรไทย

โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรได้ดำเนินการพัฒนาการแพทย์แผนไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยได้จัดตั้งโรงพยาบาลแพทย์แผนไทยขึ้นเพื่อส่งเสริมวิชาการแพทย์แผนไทย โดยประสานความร่วมมือกับแพทย์แผนปัจจุบัน อีกทั้งยังได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์แพทย์แผนไทยอภัยภูเบศรขึ้นที่ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร โดยจัดให้เป็นลักษณะพิพิธภัณฑ์มีชีวิต ที่ให้บริการทางการแพทย์ควบคู่ไปกับการจัดแสดงเกี่ยวกับประวัติการแพทย์แผนไทย โดยพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมวัตถุจัดแสดงเป็นจำนวนมาก ได้แก่ รูปเคารพศักดิ์สิทธิ์ เครื่องมือเกี่ยวกับยาสมุนไพร และตำรายาแผนโบราณที่บริจาคโดยนายแพทย์ไพโรจน์ นิงสานนท์ ผู้เป็นหลานของหมอพลอย แพทยานนท์ แพทย์แผนไทยประจำราชสำนัก และจากผู้มีจิตศรัทธาอีกเป็นจำนวนมาก

ร้านยาแผนไทยโพธิ์เงิน อภัยภูเบศร โอสถ

ร้านยาไทยต้นแบบแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ชั้น ๑ ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ตั้งชื่อตามร้านยาไทยโพธิ์เงินโอสถ ซึ่งเปิดบริการมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๖ ที่ย่านตลาดพลู กรุงเทพมหานคร โดยหลังจากที่ร้านได้ปิดตัวลงในปี พ.ศ. ๒๕๕๐ ทายาทเจ้าของร้านยาจึงได้บริจาคตู้เก็บยาสมุนไพร อุปกรณ์ และตำรายาเก่าแก่ให้แก่พิพิธภัณฑ์แพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ร้านยาแผนไทยโพธิ์เงิน อภัยภูเบศร โอสถ ได้เปิดให้บริการตรวจรักษา ให้คำปรึกษา และสั่งจ่ายยาตามตำรับที่เหมาะสมกับผู้ป่วย เรียกว่าเป็นการฟื้นฟูบทบาทของเภสัชกรรมไทยอย่างเป็นรูปธรรม  เป็นแหล่งรวมความรู้ด้านการแพทย์แผนไทย และยังเป็นสถานที่ฝึกงานให้แก่นักศึกษาวิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศรอีกด้วย

ร้านยาแผนไทย

โพธิ์เงิน อภัยภูเบศร โอสถ