แม้ว่า พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว จะมิได้ศึกษาหรือมีความรู้ด้านการแพทย์พยาบาล แต่ตลอดชีวิตของพระองค์มีความเกี่ยวข้องกับการรักษากายรักษาใจให้กับพระราชสวามี พระธิดา ตลอดจนยกระดับการสาธารณสุขให้ยังประโยชน์แก่อาณาประชาราษฎร์อย่างมากมายมหาศาล โดยอาจแบ่งเรื่องราวการรักษากายรักษาในของเสด็จพระนางได้ดังต่อไปนี้

พระพยาบาลผู้เป็นแรงกายแรงใจให้พระมหาธีรราชเจ้า พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพระราชพิธีอภิเษกสมรสกับคุณสุวัทนา เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๔๖๗ และสถาปนาให้ดำรงอิสริยยศเจ้าจอม หลังจากวันนั้นเจ้าจอมสุวัทนาก็ได้เป็นแรงกายแรงใจให้กับพระราชสวามีมาโดยตลอด ทั้งได้ตามเสด็จฯ ไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจอยู่เสมอ ทั้งการซ้อมรบเสือป่า งานฤดูหนาว และการแปรพระราชฐานไปยังที่ต่าง ๆ จนถึงปลายรัชกาล จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาพระอิสริยยศขึ้นเป็น “พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี” เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระประชวร พร้อม ๆ กับที่พระนางเจ้าสุวัทนาฯ มีครรภ์แก่ เสด็จพระนางฯ ก็ยังตั้งใจมาถวายปรนนิบัติพยาบาลโดยเต็มพระกำลัง ดังความในจดหมายเหตุรายวันตอนหนึ่งว่า “…ตั้งแต่เราล้มเจ็บลง สุวัทนาได้พยาบาลอย่างดีที่สุด โดยไม่เห็นแก่เหนื่อยยากลำบากกาย ตามวิสัยของหญิงที่มีครรภ์แก่ อุตส่าห์มานั่งพยาบาล ป้อนข้าวป้อนน้ำ และทำกิจอื่นๆ เป็นอเนกประการ วันละหลายชั่วโมง นับว่าเป็นเมียดีจริง ๆ….” นับเป็นการแสดงให้เห็นถึงความรักที่ทรงมีต่อกัน และส่งเสริมซึ่งกันและกันทั้งกายใจตราบจนสิ้นลมหายใจ  

ผู้อภิบาลสุขภาพกายสุขภาพใจให้แก่พระธิดา

ด้วยเหตุที่พระนางเจ้าสุวัทนาฯ ได้ทรงพยาบาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทุกครั้งที่ประชวรอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๗ เป็นต้นมา  ดังนั้นจึงทรงตระหนักในความเจ็บไข้ได้ป่วย เมื่อทรงสังเกตว่าพระพลานามัยของพระธิดาไม่สมบูรณ์มาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ จึงนำความกราบบังคมทูลสมเด็จพระศรีสวรินทราพระบรมราชเทวี พระพันวัสสามาตุฉาเจ้า เพื่อเรียนพระราชปฏิบัติในการที่เชิญเสด็จพระธิดาไปทรงศึกษา และรับการอภิบาลจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ อันอาจจะช่วยให้พระอนามัยดีขึ้นได้ ซึ่งในที่สุดทรงเลือกประเทศอังกฤษเพราะเป็นประเทศซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงศึกษาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ นอกจากนี้ยังมีพระบรมวงศานุวงศ์ประทับอยู่แล้วหลายพระองค์

ทรงบำเพ็ญประโยชน์แก่ส่วนรวมแม้ยามยาก

ขณะประทับในประเทศอังกฤษย่างเข้าปีที่สองได้เกิดความไม่สงบขึ้นในยุโรปจนกลายเป็นสงครามโลกครั้งที่ ๒ ประเทศอังกฤษถูกกองทัพอากาศเยอรมันโจมตีอย่างรุนแรง พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ ๖ และพระธิดาต้องย้ายที่ประทับหลายแห่ง ทรงประสบปัญหาขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค ตลอดจนด้านการเงิน แต่กระนั้นพระนางเจ้าสุวัทนาฯ ก็ยังบำเพ็ญประโยชน์แก่ส่วนรวม เช่น ทรงช่วยเหลือกิจการสภากาชาดอังกฤษ ทรงม้วนผ้าพันแผลและถักเครื่องกันหนาวประทานแก่ทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามหน่วยรบ เป็นต้น กระทั่งสภากาชาดอังกฤษได้ขอประทานถวายเกียรติบัตรประกาศพระกิตติคุณ เพื่อเป็นเครื่องหมายยืนยังถึงความเสียสละของพระองค์

พระนางเจ้าสุวัทนาฯ ผู้เกื้อหนุนอาณาประชาราษฎร์

ภายหลังจากที่พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ ๖ เสด็จกลับมาประทับในประเทศไทยอย่างถาวรแล้ว ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจต่าง ๆ ในฐานะพระบรมวงศ์แห่งราชวงศ์จักรี โดยนอกเหนือจากการเสด็จเยี่ยมเยียนความเป็นอยู่เพื่อมอบขวัญและกำลังใจให้กับราษฎรแล้ว พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ ๖ ยังเป็นผู้ริเริ่มและดำเนินกิจกรรมการกุศลตามแบบที่นิยมในชาติตะวันตกที่จะมีการจัดงานแล้วนำรายได้มอบให้กับองค์กรการกุศลต่าง ๆ จึงกลายมาเป็นงานเมตตาบันเทิงรื่นฤดีเพื่อการสาธารณกุศล และจัดขึ้นเป็นประจำที่วังรื่นฤดี

  พระนางเจ้าสุวัทนาฯ 

ผู้เสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม : โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ทรัพย์สินส่วนพระองค์ของพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ ๖ ที่ทรงได้รับมรดกมาคือบ้านและที่ดินของพระบุพการี ณ จังหวัดปราจีนบุรี ก็ได้ประทานกรรมสิทธิ์ให้แก่ทางราชการเพื่อสร้างเป็นโรงพยาบาล และพัฒนามาเป็นโรงพยาบาลศูนย์ในปัจจุบัน การเสียสละทรัพย์สมบัติส่วนพระองค์นี้ได้สร้างประโยชน์ให้แก่ราษฎรในด้านสุขอนามัยอย่างมหาศาล อีกทั้งเมื่อทางราชการให้เกียรติขอประทานชื่อโรงพยาบาล เสด็จพระนางสุวัทนาฯ ก็ไม่ทรงใช้พระนามของพระองค์เป็นนามโรงพยาบาลแห่งนี้ หากแต่โปรดประทานนามว่า โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อเป็นเกียรติแก่บรรพบุรุษ และเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๐๙ สมเด็จเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี และพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี เสด็จมาทรงเปิดป้ายโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร พร้อมทั้งทรงรับโรงพยาบาลแห่งนี้ไว้ในพระอุปถัมภ์ทั้งสองพระองค์

พระนางเจ้าสุวัทนาฯ

ผู้เสียสละประโยชน์ส่วนตัวเพื่อส่วนรวม

: ตึกมงกุฎ-เพชรรัตน

เมื่อครั้งพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี ในรัชกาลที่ ๖ ทรงเจริญพระชนมายุ ๖๐ พรรษา วันที่ ๑๕ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๘  ได้จัดงานฉลองพระชนมายุ ณ วังรื่นฤดี มีเจ้านายพระบรมวงศ์ผู้ใหญ่ พระอนุวงศ์ ข้าราชบริพาร และผู้จงรักภักดี เสด็จและเดินทางมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก ในการนั้นได้มีผู้ถวายเงินโดยเสด็จพระกุศลตามอัธยาศัยเป็นจำนวนมาก สิ่งที่ เสด็จพระนางฯ เลือกทำกับเงินจำนวนนั้นก็คือ ทรงสบทบเงินส่วนพระองค์เพิ่มเติมเข้าไปแล้วแก่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่พระราชสวามีได้สร้างไว้ จนสามารถสร้างอาคารสำหรับผู้ป่วยนอกและห้องฉุกเฉินได้ ๑ หลัง เมื่ออาคารแล้วเสร็จ พระนางเจ้าสุวัทนาฯ ทรงตั้งนามอาคารที่สร้างขึ้นนี้ว่า “ตึกมงกุฎ – เพชรรัตน” เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระสวามีและพระธิดา ทั้งนี้ตัวอาคารสามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว และเมื่อมองจากตึกมงกุฎ-เพชรรัตน ก็สามารถมองเห็นพระบรมรูปได้อย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน ตามพระประสงค์ของพระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวีในรัชกาลที่ ๖