สมุนไพรน่ารู้

ขมิ้นชัน

“ทองคำสุขภาพของคนไทย”

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

เป็นพืชล้มลุก สูง ๓๐ -๙๐ ซม. เหง้าใต้ดินรูปไข่มีแขนงรูปทรงกระบอกแตกออกด้านข้าง ๒ ด้าน ตรงกันข้ามเนื้อในเหง้าสีเหลืองส้ม มีกลิ่นเฉพาะ ใบเป็นเดี่ยวแทงออกมาจากเหง้าเรียงเป็นวงซ้อนทับกันรูปใบหอก กว้าง ๑๒-๑๕ ซม. ยาว ๓๐-๔๐ ซม. ดอก ช่อ แทงออกจากเหง้าแทรกขึ้นมาระหว่างก้านใบ รูปทรงกระบอก กลีบดอกสีเหลืองอ่อน ใบประดับสีเขียวอ่อนหรือสีนวล บานครั้งละ ๓-๔ ดอก

ส่วนที่ใช้ : เหง้าแก่สด และแห้ง

สรรพคุณ:  คนไทยใช้ขมิ้นชันในการดูแลสุขภาพ ตั้งแต่ปากถึงทวาร โดยตำรับยาไทยให้นำขมิ้นชันมาฝาน ต้มอมบ้วนปาก รักษาแผลในปากและเหงือกเป็นแผล หากมีปัญหาอาหารไม่ย่อย ให้นำหัวขมิ้นชันกับเกลือมาคั่วให้สุก จากนั้นผสมน้ำอุ่นดื่มกิน หรือต้ม นึ่ง ตากแห้งตำผงไว้ใส่ในอาหารกินเป็นประจำ เมื่อไรที่อาการปวดท้องเรื้อรัง อิ่มก็ปวด หิวก็ปวด จะใช้ขมิ้นตำคั้นน้ำกิน หรือใช้ขมิ้นสดหรือแห้งผสมกับเกลือ หรือทำเป็นยาตำรับ ผสมสมุนไพรตัวอื่นๆ เช่น ไพล ชะเอมเทศ เทียนทั้งห้า โดยกินอย่างต่อเนื่อง ถ้ามีอาการท้องอืดท้องบวม ปวดเกร็งบริเวณท้องน้อย แน่นท้อง ท้องอืด หน้าท้องโตขึ้นเหมือนมีลมในท้อง อาจเรอ หรือผายลมมากขึ้น อุจจาระไม่ปกติ เบื่อาหาร ชาวบ้านจะนำผงขมิ้นชันผสมน้ำผึ้งชงกับน้ำอุ่นดื่มวันละ ๓-๔ ครั้ง กินติดต่อกันอย่างน้อย ๕ วัน

ข้อควรระวัง : ห้ามใช้ขมิ้นชันในผู้ที่มีท่อน้ำดีอุดตัน หรือนิ่วในถุงน้ำดี เพราะจะทำให้กระตุ้นบีบตัวเกิดอาการปวด